BEO666 : สตีเว่น เจอร์ราร์ด ถ้าพูดถึงชื่อนี้ใครก็ตามที่ดูบอลและเชียร์ลิเวอร์พูลจะได้รู้จักอย่างแน่นอนเพราะนี่คือกองกลางตำนานของสโมสรลิเวอร์พูลและเป็น 1 ในกลางที่ดีที่สุดของโลกลูกหนังกันที่เดียวและในปัจจุบัน สตีเว่น เจอร์ราร์ด ได้หันมาจับงานด้านผู้จัดการทีมฟุตบอลซึ่งปัจจุบันเป็นโค้ชของสโมสรฟุตบอลแอสตันวิลลา

BEO666 : ประวัติ สตีเว่น เจอร์ราร์ด

BEO666 : หากคุณเป็นคนไม่ดูบอลและอาจไม่รู้จักเขา วันนี้เราจะมาบอกเล่าประวัติของเขา สตีเว่น เจอร์ราร์ด แบบพอเข้าใจเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 1980 ที่เมืองวินสตัน เมอร์ซี่ย์ไซด์ ลิเวอร์พูล เขาเข้าสู่โลกลูกหนังลงเล่นให้กับโรงเรียนคาร์ดินัล ฮีแนน คาธอลิก ไฮจ์สคูล ในเวสต์ดาร์บี เมืองลิเวอร์พูล ตอนอายุ 8 ขวบและได้ลงเล่นกับสโมสรลิเวอร์พูลครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกคือปี ค.ศ 1998และลงเล่นทีมชุดใหญ่ใน ค.ศ. 2000 ด้วย

ความสามารถของเขานั้นมีความเป็นผู้นำใน สนามและฝีเท้าของเขาทำให้ได้รับแต่งตั้งเป็นกัปตันทีมใน ค.ศ. 2003 และเป็นผู้นำทีมในการ ตีเสมอ เอซี มิลาน ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกหลังจากเกมตกเป็นรองจากการตามหลังถึง 3 ลูก และสุดท้ายชนะจุดโทษ เอซี มิลาน คว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในปี ค.ศ. 2005 ซึ่งการแข่งขันนัดนั้นได้รับการยกย่องว่าเป็น “ปาฏิหาริย์แห่งอิสตันบูล” สตีเว่น เจอร์ราร์ดเขา

นั้นได้พาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์มากมายในการค้าแข้งของเขา แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ตลาดการค้า แข้งของเขานั้น สตีเว่น เจอร์ราร์ด ไม่เคยได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก มาประดับให้สโมสรได้ อ่านถึงตรงนี้แล้วน่าจะพอรู้เข้าจักเขาคนนี้เพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อยตอนนี้เรามารู้จัก ถ้วยรางวัลที่เขาได้แชมป์กับลิเวอร์พูลบ้างว่าได้อะไรบ้าง ตลอดการเล่นกับลิเวอร์พูล สตีเว่น เจอร์ราร์ดได้แชมป์ไปทั้งหมด 9 รายการ ได้แก่ 1.ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 1สมัย 2.เอฟเอคัพ 2 สมัย 3.ลีกคัพ 3 สมัย 4.ยูฟ่าคัพ1สมัย 5.เอฟเอคอมมิวตีชีลด์ 1 สมัย 6.ยูฟ่าซุปเปอร์คัพ 1 สมัย สตีเว่น เจอร์ราร์ด

เลิกค้าแข้งในปี ค.ศ.2016 และสโมสรสุดท้ายของเขาคือ แอลเอ กาลักซี หลังจากที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เลิกค้าแข้งก็หันมาจับงานผู้จัดการทีมโดยเริ่มจากคุมทีม เยาวชน ให้แก่ลิเวอร์พูล ชุดอายุไม่เกิน 18 ปี ก่อนจะไปรับงานท้าทายกว่าเดิมคือการไป คุมทีมใน สกอตติชพรีเมียร์ชิป นั้นคือทีม เรนเจอส์ ในเมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ ในปี ค.ศ.2018 การคุมปีแรกของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เขานั้นนำทีม เรนเจอร์ ไปจบอันดับสองได้

ถือเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนั้นเขายังปรับทัศนคติของทีมให้ดีขึ้นจากเดิมที่นัก เตะมีทัศนคติไม่ค่อยดีไม่มีจิตใจนักสู้ทำให้กลับมามีกำลังใจอีกครั้งและที่สำคัญคือการปลูกฝัง ที่จิตวิญญาณในการเป็นผู้ชนะแก่ทีมแล้วในปีต่อมาปีที่สองของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เขาได้ทำให้ เรนเจอส์ มีผลงานที่ดีกว่าปีแรกและมีโอกาสคว้าแชมป์สกอตติชพรีเมียร์ชิป แต่ก็เป็นเรื่องที่น่า เสียดายอีกครั้งที่มีเหตุการณ์ โควิด19 ทำให้ลีกต้องตัดจบไปทำได้แค่เพียงอันดับที่สองเท่านั้น

ต่อมาในปีที่สาม เป็นปีที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ประสบความสำเร็จอย่างมากกับ เรนเจอส์ คว้าแชมป์ สกอตติชพรีเมียร์ชิปปี 2020-2021 เป็นครั้งแรกในรอบ 10ปี และทำให้คู่แข่งแย่งแชมป์ร่วม ลีกอย่าง เซลติก ไม่ได้แชมป์สมัยที่ 9 และการเป็นเขาแชมป์ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในครั้งนี้คือ “แชมป์ไร้พ่าย”ซึ่งเป็นที่ทำได้เหนือคาดมากๆโดย ชนะ 32 เสมอ 6 แพ้ 0 และมีแต้มถึง 102 แต้ม ซึ่งมีแต้มมากกว่าคู่แข่งอย่าง เซลติก ถึง 25 แต้ม และผลงานในยุโรปก็ไปได้ไกลถึงรอบ 16 ทีม

สุดท้ายของยูโรป้าลีก ปัจจุบัน สตีเว่น เจอร์ราร์ด ก็ได้ไปคุมทีมในพรีเมียร์ลีกอย่าง แอสตันวิลลา ที่ผลงาน ย่ำแย่ เพราะแพ้ในลีกติดต่อกันถึง 5 นัดติดทำให้ตอนนี้มีคะแนนอยู่แค่ 10 แต้มจากการลงเล่น 11 นัด ห่างจากโซนตกชั้นแค่ 2 แต้มและห่างจากทีมบ๊วนอย่าง นอริชซิตี้ แค่ 5 แต้ม จากผลงานที่แย่ขนาดนี้ ทำให้ผู้จัดการทีมอย่าง ดีน สมิธ ถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม และแต่งตั้ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด

เป็นผู้จัดการทีมแทน สตีเว่น เจอร์ราร์ดได้รับบททดสอบที่ยากและท้าทายยิ่งกว่าการคุม เรนเจอร์ หลายเท่าตัว เขาจะผ่านบททดสอบนี้ไปได้ไหมและจะดีพอรับช่วงต่อลิเวอร์พูลจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ หรือไม่ มีแต่กาลเวลาเท่านั้นที่ตอบได้ สุดท้ายนี้ในฐานะเด็กหงส์ ขอให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ดประสบความสำเร็จกับแอสตันวิลลา

บทความจาก : BEOGAMING

BEO666